dot dot



ร้านอาหารอร่อยบนเขาค้อ
ร้านกาแฟวิวสวย
จุดพักรถ ซื้อของฝาก
แผนที่ การเดินทาง
อัลบั้มรูปสวย
The Sense Khaokho Resort
ค้อคีริน รีสอร์ท
ไร่ธาราทอง
ไร่ห้าทิศ โอโซนในหมอก รีสอร์ท
สบายดีเขาค้อ รีสอร์ท
บ้านเคียงฟ้า
เนริสา รีสอร์ท
บ้านสวนศรเพชร
กระท่อมเต่า The Turtle Hut
เขาค้อรีสอร์ท
ปรายฟ้าการ์เด้นฮิลล์ รีสอร์ท
ภูลู่ลม รีสอร์ท
บ้านไร่ระเบียงหมอก
ภูผาหมอก เขาค้อ
ฟอเรสฮิลล์ 2
พรสวรรค์รีสอร์ท เขาค้อ
มายาเขาค้อ
เขาค้อฟรีเดย์
อินดาห์ การ์เด้นฮิลล์
บ้านไม้ระเบียงภู
บ้านรัตนัยไอหมอก
บ้านไพรชมภู เขาค้อ
ชมภูไฮ


จุดหมายที่ไม่ควรพลาดชม article

ในวันที่ลมหนาว เริ่มพัดโชยมาปะทะกาย กลิ่นไอของอากาศเย็นๆ ทำให้นึกถึงแหล่งท่องเที่ยวบนภูเขา ที่สามารถปลดปล่อยร่างกาย และจิตใจให้ได้พักผ่อนจากความตรึงเครียด ความอ่อนล้าจากการทำงานที่แบกรับมาเป็นแรมปี แผนการท่องเที่ยวพักผ่อนเริ่มผุดขึ้นมามากมาย ไปเที่ยวไหนกันดีนะ?

เขาค้อ คือคำตอบหนึ่งในหลายๆ คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับวันพักผ่อน

สำหรับคนที่เคยมาพักผ่อนที่เขาค้อแล้ว คงไม่ยากนักที่จะทำให้ท่านกลับมาในรอบที่ 2 รอบที่ 3 เพราะมีคำตอบในใจแล้วว่าทำไมต้องเป็นเขาค้อ แต่สำหรับท่านที่ยังไม่เคยได้สัมผัสกลิ่นไอความเป็นเขาค้อ ขอแนะนำท่านมารู้จัก 5 จุดท่องเที่ยวสำคัญบนเขาค้อ และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมเมื่อมาเยือนเขาค้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะนำความสุข และทำให้การพักผ่อนในวันหยุดมีคุณค่า คุ้มค่าสำหรับการเดินทางมาเยือน

แหล่งท่องเที่ยวที่แนะนำทั้ง 5 แห่งคือ

1. ทะเลหมอกเขาค้อ

ทะเลหมอกบนเขาค้อ

ทะเลหมอกบนเป็นของขวัญมหัศจรรย์จากธรรมชาติ ที่ประทานมาให้เขาค้อ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในฤดูฝน และฤดูหนาว ในวันที่มีอากาศเย็น และชื้นไปด้วยน้ำค้างในช่วงกลางคืน ปะทะกับความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ในช่วงรุ่งเช้า ทำให้เกิดกรุ่นไอหมอกหนาทึบ รวมตัวกันเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยและพื้นที่รอบๆ ยาวไกลไปจนถึงทุ่งแสลงหลวง กลายเป็นทะเลสีขาวโพลนกว้างใหญ่ดุจทะเล

ทะเลหมอกบนเขาค้อมีเสน่ห์กว่าทะเลหมอกที่อื่น เพราะเป็นทะเลหมอกที่มีชายฝั่งยาวไกลหลายกิโลเมตร และอยู่ใกล้กับผู้ชมจนสัมผัสได้ เพราะจุดชมทะเลหมอกจะสูงกว่าทะเลหมอกไม่มากนัก ในวันที่มีทะเลหมอกหนามากๆ ก็จะเอ่อท้นมาจนถึงริมถนน เอ่อล้นไปท่วมรีสอร์ทบางแห่งจนจมอยู่ในหมอกสีขาว สร้างความประทับใจได้มากกว่าการไปชมทะเลหมอกบนดอยสูงอื่นๆ ที่ได้เพียงการยืนชมอยู่ำไกลๆ ในจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น

พื้นที่เมืองของเขาค้อ เป็นพื้นที่บนภูเขา มีเนินเล็ก เนินใหญ่สลับซับซ้อนกันทั่วไป ทั้งอำเภออยู่สูงจากประดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 800-1200 เมตร ทำให้มีบรรยากาศการท่องเที่ยวครอบคลุมทั้งอำเภอ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมมีรีสอร์ทมากมายอยู่บนเขาค้อ และเกือบทุกรีสอร์ทมีมุมสวยๆ บนภูเขาให้ได้ชื่นชมกัน ซึ่งนอกจากทะเลหมอกที่จุดชมวิวแล้ว ยังสามารถชมทะเลหมอกเล็กๆ ได้จากหลายรีสอร์ทในหลายพื้นที่ และนี่คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ท่านที่มาเที่ยวเขาค้อแล้ว ต้องกลับมาในรอบที่ 2 รอบที่ 3 เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนในรีสอร์ทใหม่ๆ บนเนินเขาลูกใหม่ ที่ยังไม่เคยไปสัมผัสนั่นเอง

2. ภูทับเบิก

ภูทับเบิก

ภูเขากะหล่ำปลี ที่ใครต่อใครตั้งเข็มทิศไว้เป็นจุดหมายที่ต้องมาเยือนให้ได้ เป็นเป้าหมายหลักหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่มีแหล่งท่องเที่ยวในลักษณะพิเศษนี้ มีพื้นที่ปลูกกะหล่ำปลีกหลายพันไร่ ครอบคลุมเนินเขาทั่วไปบนยอดภูที่มีความสูงมากกว่า 1500 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง แปลงกะหล่ำจึงอุดมไปด้วยเมฆหมอกที่ลอยมาเยือนเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น ที่มีแสงแดดอ่อนๆ ของพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าด้านตะวันออก หรือในช่วงพระอาทิตย์ตกยามเย็นช่วงที่ตะวันกำลังลดตัวลงลับเหลี่ยมเขาด้านตะวันตก เป็นบรรยากาศที่น่าจดจำ และตรึงตาตรึงใจ อย่างที่สุด

ภูทับเบิกมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีจุดชมวิวเป็นจุดสูงสุดด้วยระดับความสูง 1768 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งความสูงในระดับนี้จะสูงกว่าเมฆที่ลอยผ่านอยู่เบื้องล่าง จึงไม่เป็นการยากที่จะสามารถเก็บภาพภูทับเบิก คู่กับเมฆที่ลอยผ่านมาตลอดเวลา และในช่วงเช้าๆ บางวัน จะสามารถชมทะเลเมฆ ได้จากยอดภูแห่งนี้

ในฤดูหนาวภูทับเบิกมีอากาศหนาวเย็นมาก นักท่องเที่ยวแต่งชุดกันหนาวด้วยเสื้อผ้าหนาๆ หลากสีสัน โดยเฉลี่ยอุณหภูมิบนภูทับเบิกหนาวกว่าเขาค้อ 5 องศา ฉะนั้นหากอยากสัมผัสความหนาวเย็นสะใจ ก็ต้องไม่พลาดการมาเยือนภูทับเบิก ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวชมกะหล่ำปลีมากที่สุดมีอยู่ 2 ช่วง คือเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม และช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีกะหล่ำปลีมากทีสุด ส่วนในเดือนธันวาคมที่เป็นเดือนท่องเที่ยวสำคัญ ก็ยังมีกะหล่ำปลีให้ชมอยู่บ้าง และยังมีดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากูระเมืองไทย สีชมพูหวานสด ให้ชมกันประมาณช่วงปลายปีเก่า ถึงต้นปีใหม่

3. ภูหินร่องกล้า

ภูหินร่องกล้า

ภาพจาก ททท.ภาคเหนือ เขต3

เมื่อมีโอกาสมีถึงเขาค้อแล้ว จุดหมายที่ 3 ที่ไม่ควรพลาดไปเยือน คือความสวยงามแปลกตาที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้ให้กับลานหินปุ่ม ลานหินแตก  ทำให้กลายเป็นจุดชมวิว พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทำให้การท่องเที่ยวภูหินร่องกล้า เป็นกิจกรรมไล่ล่าธรรมชาติที่คนหนุ่มสาวไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากได้ชมความสวยงามจากธรรมชาติแล้ว ยังได้ออกกำลังขาในการท่องไปยังจุดหมาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถพิสูจน์ใจ และความสามัคคีในกลุ่มเพื่อนได้เป็นอย่างดี

ภูหินร่องกล้าสวยงาม และเต็มไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งดอกไม้ป่าเล็กๆ พืชเซลเดียว และธรรมชาติจากหินภูเขา รวมไปถึงประวัติศาสตร์อันเปี่ยมไปด้วยคุณค่า เมื่อถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ใช้เป็นฐานที่มั่นในการปักหลักต่อสู้กับทางราชการ จนปรากฎหลักฐานสำคัญประจำภูหินร่องกล้า เก็บไว้ให้เรียนรู้มากมาย ผาชูธง พิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร ที่หลบภัยทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสวยงามมากมายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แต่อาจต้องออกแรงเดินมากซักหน่อย หากต้องการเข้าไปชม

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวชมภูหินร่องกล้า คืนปลายฤดูฝน และในช่วงฤดูหนาวทั้งฤดู โดยในช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม จะมีดอกไม้ป่านานาชนิด บานเต็มลานหิน และมีหมอกปกคลุมภูหินร่องกล้าอยู่เกือบตลอดเวลา ทำให้นักท่องเที่ยว มีโอกาสเข้าถึงความมหัศจรรย์ของพืชพรรณ และธรรมชาติในช่วงนี้ได้เต็มที่ ส่วนในฤดูหนาว ก็จะมีความหนาวเย็นไม่แพ้เขาค้อ หรือภูทับเบิก บางวันสามารถชมน้ำค้างแข็ง (แม่คนิ้ง) ได้จากบริเวณอุทยานฯ และในช่วงปลายฤดูหนาวยังสามารถชมดอกพญาเสือโคร่ง และใบเมเปิ้ลสีแดงได้ด้วย

4. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

นอกจากจะเป็นบันทึกสำคัญทางประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งที่จารึกรายชื่อผู้สละชีพในการต่อสู้ระหว่างความแตกต่างทางความคิดสำหรับลัทธิการปกครอง ระหว่างรัฐบาลกับคอมมิวนิสต์แล้ว อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ยังเป็นจุดท่องเที่ยว จุดชมวิว จุดเรียนรู้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ และจุดซื้อของฝากของขวัญ ของผู้ที่มาเยี่ยมชม ทำให้กลายเป็นสถานที่ ที่มอบอรรถรสแห่งการท่องเที่ยวได้ครบถ้วนทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ที่แวะเข้ามาเที่ยวชม

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ตั้งอยู่บนยอดเขาค้อที่ระดับความสูง 1174 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นจุดสูงที่สุดในบริเวณเขาค้อ บริเวณอนุสรณ์สถาน ประกอบด้วย พิพิธภัณ์อาวุธ ที่แสดงยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่ทหาร ตำรวจ พลเรือน และราษฎรอาสา ใช้ในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์บนเขาค้อ เช่น เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินเล็ก รถถัง ปืนใหญ่ ปืนกล และเครื่องจักร อาวุธเหล่านี้ แม้จะเป็นอนุสรณ์จากบรรพชน แต่ก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจกับเด็กๆ ที่ได้มาเที่ยวชมและรับรู้ นอกจากนี้ยังมีฐานกรุงเทพ ฐานอิทธิ ที่ถูกใช้เป็นทีมั่นของฝ่ายตรงข้าม จนทหารสามารถเข้าไปยึดได้ และใช้เป็นฐานสำคัญในการสู้รบ และตัวอนุสรณ์สถานรูปทรงแท่งสามเหลี่ยมทรงสูง ที่มีความหมายเฉพาะตัวซ่อนอยู่

รอบๆ อนุสรณ์สถาน สามารถชมวิวบริเวณรอบเขาค้อได้โดยทั่ว เนื่องจากอยู่บนยอดเขาที่สูง จึงสามารถมองเห็นวิวได้เกือบทุกจุด รวมถึงสามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าๆ ได้อีกด้วย

5. วัดพระธาตุผาแก้ว

วัดพระธาตุผาแก้ว

วัดพระธาตุผาแก้ว หรือวัดผาซ่อนแก้ว เป็นจุดหมายในการเที่ยวชมแห่งใหม่บนเขาค้อ ที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์นัก แต่มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย เพราะความสวยงามน่าอัศจรรย์ใจของธรรมชาติในบริเวณผาซ่อนแก้ว และความสวยงามปราณีต บรรจง ในลวดลายขององค์พระเจดีย์ ดึงดูดให้คนที่แม้ไม่ชอบเที่ยววัด ยังอยากเดินทางมาชมความงดงามที่ลงตัวที่นี่

องค์เจดีย์รูปดอกบัวซ้อน 7 ชั้น บนยอดเขา ส่องแสงสีทองสะท้อนแวววับ ตรึงตราผู้พบเห็นมาแต่ไกล และเมื่อได้เข้าไปถึงองค์เจดีย์ใกล้ๆ ก็จะพบความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบใหม่ ที่วิจิตรบรรจง สวยงามไปทั่วทุกซอกทุกมุม สามารถเดินชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมได้โดยไม่รู้เบื่อ นอกจากนี้ยังมีความงามตามธรรมชาติจากวิวสวยๆ รอบๆ วัดที่สามารถชมวิวได้ทั้ง 360 องศา โดยมีผาซ่อนแก้ว ภูเขาลูกใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง และหากได้มาเที่ยวชมในฤดูฝน ก็จะเห็นความสวยงามที่เกิดจากเมฆหมอกที่มักลอยมาปกคลุมวัดอยู่ทั้งวัน ทำให้ภาพของวัดประดุจสวรรค์ที่อยู่ท่ามกลางเมฆหมอก

อย่างไรก็ตามที่นี่เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่เคร่งครัดสำหรับผู้ที่มานั่งสมาธิวิปัสสนา การเที่ยวชมจึงควรเคารพสถานที่ ด้วยการแต่งกายสุภาพ และไม่ทำเสียงดังรบกวนผู้อื่น ซึ่งในบริเวณวัด มีพื้นที่กว้างขวาง มีบ้านพักหลักเล็กใหญ่ ที่สร้างไว้สำหรับผู้มาปฏิบัติธรรมหลายสิบหลัง ตั้งเรียงรายลดหลั่นกันไปตามพื้นที่สูงต่ำของเชิงเขาอย่างสวยงาม


ทั้ง 5 จุดหมายแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งหมดตั้งอยู่ในบริเวณโดยรอบของเขาค้อ สามารถจัดตารางการเดินทางไปท่องเที่ยวได้สะดวก ไม่ว่าจะพักค้างคืนที่รีสอร์ทบนเขาค้อ หรือพักแรมอยู่ภูหินร่องกล้า - ภูทับเบิก ซึ่งหากต้องการท่องเที่ยวอย่างคุ้มค่า ควรมีเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน จะสามารถท่องเที่ยวได้ครบรส

และหากยังมีเวลา ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ถูกกำหนดไว้เป็นเป้าหมายในการมาเยือนเขาค้อ เช่น พระตำหนักเขาค้อจุดชมวิวสูงสุดบนเขาย่า หอสมุดนานาชาติแหล่งรวบรวมดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใสมากมายเต็มสวน น้ำตกศรีดิษฐ์ แหล่งหลบซ่อนของผกค.ในอดีต พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงแหล่งชมทะเลหมอกในทุ่งหญ้าสะวันนา อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ถิ่นที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดในประเทศไทย แถมด้วยร้านกาแฟสวยๆ มากมายริมเส้นทางการท่องเที่ยว

หากคิดจะมาเที่ยวเขาค้อ ก็อย่าลังเลเลย จัดโปรแกรม จองที่พัก
จัดกระเป๋า แล้วเดินทางกันเลย เที่ยวเขาค้อเที่ยวง่ายๆ และคุ้มค่ามากมาย แน่นอน !


.................................................

 

 



คอลัมน์พิเศษ

จุดชมวิวบนเขาค้อ article



Copyright © 2012 All Rights Reserved.